รวมทุกมหาวิทยาลัย
ในประเทศไทยที่เปิดสอนในระดับปริญญาด้านภาษาญี่ปุ่นและที่เกี่ยวข้อง
![]() |
| ม.หอการค้าไทย ศศบ. ภาษาญี่ปุ่น |
![]() |
| ม.หอการค้าไทย ศศบ. ภาษาญี่ปุ่น ป.ตรีใบที่ 2 |
![]() |
| ม.หอการค้าไทย ศศบ. ภาษาญี่ปุ่น ภาคเสาร์ อาทิตย์ |
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดสอนมากถึง 3 หลักสูตร คือ
ศิลปศาสตรบัณฑิต (ภาษาญี่ปุ่น)
สาขาวิชามุ่งหวังที่จะสร้างบุคลากรที่มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น มีทักษะการสื่อสารระดับสูง มีความเข้าใจความเป็นญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นในองค์กรญี่ปุ่นหรือไทยทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นผู้ประกอบการที่ชำนาญการทำธุรกิจกับประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนเพื่อศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
รายละเอียดหลักสูตร >> DOWNLOAD
รายละเอียดหลักสูตร2 >> DOWNLOAD
🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼
ศิลปศาสตรบัณฑิต (ภาษาญี่ปุ่น) หลักสูตรปริญญาตรีใบที่ 2
เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดีทั้ง ในภาครัฐและเอกชน อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกงาน ในองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และ ความมั่นใจในการประกอบอาชีพ
ศิลปศาสตรบัณฑิต (ภาษาญี่ปุ่น) ภาคเสาร์-อาทิตย์
เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดีทั้ง ในภาครัฐและเอกชน อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกงาน ในองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และ ความมั่นใจในการประกอบอาชีพ
รายละเอียดหลักสูตร >> DOWNLOAD
🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱
💬 สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง ในซีรีย์เดิม แต่เพิ่มเติมคือ เนื้อหาที่ลึกลงไปอีก นั่นก็คือ ขยับมาฝั่งมหาวิทยาลัยเอกชนกันบ้าง ต้องบอกว่า จากประสบการณ์ตรงเซนเซย์เอง สมัยไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น มันทำให้ ภาพลักษณ์ หรือ ทัศนคติมีมรตาอคำว่า ม.เอกชนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงครับ มหาวิทยาลัยเอกชน อาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มใหญ่มากๆของตลาดนี้ คือเด็กนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลไม่ได้ แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งครับ ที่เลือกเรียน ม.เอกชนเพราะ เห็นถึงศักยภาพบางอย่าง หรือมีฐานะที่ดีประกอบไปด้วย กลุ่มเลยเซนเซย์ขอ ละไว้เลยละกันครับ ข้ามไปเพราะ มูดะๆ (無駄) เรามาดูที่กลุ่มที่ 2 กัน เพราะเซยเซย์ไปเจอกลุ่มนี้แหละครับ เป็นจำนวนมากที่สุดเลยในญี่ปุ่น แน่นอนครับ ถ้าแบ่งคนที่ศึกษาภาษาญี่ปุ่นออกเป็น 2 ประเภทแล้วละก็ จะมีแค่ 1.คนที่ไปเรียนต่อนอกได้ กับ 2.คนที่ไปไม่ไหว ก็เท่านั้นเองครับ
สรุปแล้ว มหาวิทยาลัยเอกชน ในบางแง่มุม คุณภาพทางการศึกษา โดยเฉพาะทางด้าน ภาษา เนี่ย ไม่ต่างจาก ม รัฐบาลเลยครับ ดีกว่าบาง ม.ด้วยซ้ำ เรียกว่าจ่ายไหวก็ได้ของดี คุณภาพตามราคาครับ เพราะค่าตัวอ.ต่างชาติก็ต้องสูงกว่าคนไทยแน่ๆ
ม.หอการค้า จะเน้นไปทางด้านภาษาญี่ปุ่น ในเชิงธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดเด่นมากๆของสถาบบันนี้ ที่สำคัญคือ หลักสูตรปริญาตรีใบที่สอง น่าสนใจสุดๆ สำหรับคนที่เรียนสาขาไหนมาก็ตามแล้วจาก เติมคุณภาพของตัวเองด้วยภาษาที่ 3 อย่างภาษาญี่ปุ่น เราสามารถเลือกเทียบโอน และ ยกเว้นหน่วยกิจวิชาเรียนที่เราเรียนผ่านมาแล้ว (ในปริญญาตรีใบแรก) ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เร็วสุด สามารถเรียนจบได้ภายในระยะเวลา 2 ปี ครึ่ง เท่านั้นเองครับ และเรียนในวันเสาร์ อาทิตย์ คนทำงานแล้วก็สามารถเรียนได้ (ทำไมเซยเซย์ เพิ่งจะมารู้นะครับเนี่ย 😂)
ส่วนข้อจำกัดกที่น่าพิจารณาคือ การยอมรับ ในวงงาน ราชการครับ ยังยึดติดกับมหาวิทยาลัยรัฐอยู่มาก และอีกข้อนึงคือ ราคา ครับ อันนี้ต้องเน้นเลย เพราะค่าใช้จ่ายที่นี่ สูงตามความเป็น ม.เอกชนชื่อดังนั่นแหละครับ ลองดูว่าไหวไหม
ประมาณการค่าใช้จ่ายในการศึกษา
ค่าหน่วยกิต หน่วยกิตละ 1,400 บาท **
ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมรายปีปีละ 12,000 บาท
ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมภาคฤดูร้อน ภาคละ 500 บาท
ถ้า เทอมนึง ลงซัก 5 วิชา 15 หน่วยกิจ ก็ 21000 + 12000 ก็ตก 33000 บาท
ซึ่งถือว่า"ปกติ" สำหรับเอกชน จริงๆแล้ว ถูกมากๆ ด้วยซ้ำครับ ถ้าเทียบกับเอกชนชั้นนำ หรือ รร.มัธยมอินเตอร์ ในเครือตัวดังๆ ของกทม.
ดังนั้น สำหรับนักเรียนมัธยม **เตรียมทุนไว้ตั้งแต่ตอนนี้ รับรองว่า พอถึงเวลาที่เราจะต้องใช้เพื่อเรียนต่อ มีพอแน่นอนครับ ยุคนี้เงินหาง่ายมากๆเทียบกับเมื่อก่อร แค่เริ่มคิดที่จะหานะครับ
ก่อนจากกันวันนี้ คอนเทนต์เน้นๆ ให้ม.หอการค้อเลย สปอนเซอร์ต้องมากแล้วนะครับ
มหาวิทยาลัยสนใจติดต่อ เป็น สปอนเซอร์ หรือ โดเนท หรือ ฝากแบนเนอร์โฆษณา ติดต่อหลังไมค์เข้ามาได้เลยนะครับ ขอบคุณคร้าบบบ 💓



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น